ipad 2 ตัวใหม่ไฉไลกว่าเดิม
วัฒนพงษ์ สวนแก้ว
การจัดการความรอบรู้/โมเดลการจัดการความรู้
KM Cafe
ในวันสัมมนามีผู้เข้าร่วมสัมมนาที่เป็นมือใหม่หัดขับประมาณ 60 คน มีขั้นตอนการทำ KM Cafe’ ดังนี้ครับ
1. แบ่งกลุ่มออกเป็น 15 กลุ่มๆละ 4 คน นั่งล้อมวง
2. กำหนดหัวข้อเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ทั้ง 15 กลุ่มใช้หัวข้อเดียวกัน) โดยFacilitator เป็นผู้แจ้งให้ทุกกลุ่มทราบ เช่น “วิธีการหรือเทคนิคการลดความขัดแย้งของทีมงาน”
3. แจกกระดาษ Flipchart ให้กลุ่มละ 1 แผ่น และให้แต่ละกลุ่มหาอาสาสมัคร 1 คนเพื่อเขียน
4. ทั้ง 4 คนในแต่ละกลุ่ม ผลัดเปลี่ยนกันเล่าถึงเทคนิคการลดความขัดแย้งของทีมงาน โดยมีอาสาสมัครทำหน้าที่เขียน ให้เวลาเล่าคนละประมาณ 3 นาที โดยผู้ที่เป็นอาสาสมัครเริ่มเล่าก่อน
5. เมื่อทั้ง 4 คนเล่าเสร็จให้ร่วมกันสรุปแล้วเขียนลงบนแผ่นกระดาษที่แจกให้ เป็นอันจบรอบที่ 1
6. ในรอบที่ 2 ให้ทำเช่นเดิมแต่ให้เปลี่ยนกลุ่ม กล่าวคือ ให้ผู้ที่เป็นอาสาสมัครในแต่ละกลุ่มอยู่ที่เดิมไม่ต้องเปลี่ยนกลุ่ม ส่วนอีก 3 คนให้เปลี่ยนไปกลุ่มอื่นแต่กลุ่มใหม่ที่เปลี่ยนไปนั้นทั้ง 3 คนต้องไม่เจอกันอีกนะ
7. ในรอบที่ 2 นี้เมื่อมีสมาชิกใหม่มารวมกันแล้ว ให้ผู้เป็นอาสาสมัครประจำกลุ่ม ซึ่งไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหน ทำหน้าที่เล่าให้ทั้ง 3 คนใหม่ฟังว่า ในรอบที่แล้วได้มีการพูดถึงเทคนิคอะไรบ้างในการลดความข้ดแย้งของทีมงาน จากนั้นให้ทั้งสามคนใหม่เล่าเล่าถึงเทคนิคการลดความขัดแย้งของทีมงานเพิ่มเติม
8. รอบที่ 3 ทำเช่นเดิม เช่นเดียวกับรอบที่ 1 และ 2 โดยผู้ที่เป็นอาสาสมัครก็ยังคงประจำกลุ่มและทำหน้าที่เช่นเดิม ดังนั้น ทั้ง 3 รอบจึงเป็นเรื่องเล่าที่เล่าถึงเทคนิคการลดความขัดแย้งถึง 10 เรื่องเล่า ซึ่งแต่ละกลุ่มได้ร่วมกันสรุป เป็นองค์ความรู้เรื่อง “เทคนิคการลดความขัดแย้งของทีมงาน”
9. นำแผ่นกระดาษที่เขียนเป็นองค์ความรู้ดังกล่าวไปติดผนังห้อง เพื่อให้แต่ละคนเดิน Shoping ความรู้ที่ได้จากกิจกรรม KM Cafe’
นี่แหละครับ KM Cafe’ ที่เอื้อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
KM เติมเต็มงานประจำ : KM Cafe’
การสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นทุกปี ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพระหว่างสมาชิกในเครือข่าย ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเป็นเจ้าภาพ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคม 2553 ณ อาราญาน่า ภูพิมานรีสอร์ท อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และครั้งที่ 6 จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคม 2553 ณ ม.แม่ฟ้าหลวง ครับ ท่านที่สนใจกระบวนการสัมมนา KM ดังกล่าวก็ลองเข้าร่วมสัมมนาดูนะครับ
แรกๆ ผมก็สับสนนิดหน่อยระหว่างการสัมมนา KM กับการเข้ารับการอบรมที่เราเคยชินทั่วๆไป เมื่อเข้าร่วมการสัมมนา KM ทำให้ผมทราบว่า การอบรมสัมมนาทั่วไปที่เราเคยชิน คือการไปนั่งฟังวิทยากรบรรยาย ดูเอกสารประกอบการบรรยาย ดูสไลด์ที่วิทยากรฉายให้ดู และก็พูดให้ฟัง ผู้เข้าอบรมสัมมนาก็ ฟังๆๆๆ และก็ จดๆๆๆ แต่การสัมมนา KM มันกลับทางกัน คือผู้เข้าร่วมสัมมนาต้องคิดๆๆๆ พูดๆๆๆ และสรุปออกมาเป็น องค์ความรู้จากการพูดคุยกัน แล้วนำไปต่อยอดประยุกต์ใช้และกลับมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอีก
ในการสัมมนาครั้งนี้ เครื่องมือหนึ่งที่ Facilitator (ศาสตราจารย์ นายแพทย์วุฒิชัย ธนาพงศธร) ใช้เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้คือ “KM Cafe’” จากการสังเกตพบว่าเครื่องมือดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่ดีมากเครื่องมือหนึ่งที่เอื้ออำนวยให้ผู้เข้าสัมมนาเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน แต่ก่อนที่จะใช้เครื่องมือนี้ผู้ใช้(วิทยากร)ควรจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างการรู้จักคุ้นเคยให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนาเสียก่อน เชื่อว่าเมื่อผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รู้จักคุ้นเคยกันระดับหนึ่งแล้ว จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาพูดคุยกันด้วยความสนุกและเพลิดเพลินไปกับการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างกันเมื่อใช้เจ้า KM Cafe นี้ ชักอยากรู้แล้วใช่ใหมครับว่า KM Cafe’ มันเป็นยังไง?
น่าสนใจใช่ไหมล่ะ ติดตามบล็อกนะค่ะ
KM Model (โมเดลปลาทู เป็นโมเดลอย่างง่ายที่เปรียบเทียบ)
SECI Model
เป็นการสร้างองค์ความรู้ ด้วยการขยายผลจากชนิดของความรู้คือ ความรู้ที่มีอยู่ในสมองคน (Tacit Knowledge) กับความรู้ที่สามารถหาได้จากสื่อภายนอก (Explicit Knowledge) โมเดลดังกล่าวมีชื่อว่า “SECI- Knowledge Conversion Process” ซึ่งมีกระบวนการดังนี้
1.Socialization
เป็นการถ่ายโอนความรู้โดยตรงระหว่างกลุ่มคนหรือบุคคล โดยไม่ผ่านการเขียน เรียกว่า “ การเสวนาธรรม” กลุ่มคนที่มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง กลุ่มคนที่มาเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้กันนี้มักจะมีพื้นฐานความรู้ที่สอดคล้องกัน หรือเคยมีประวัติอดีตที่คล้ายคลึงกัน จะมีคลื่นความถี่ที่ใกล้เคียงกันสามารถสื่อสารและทำความเข้าใจกันได้โดยง่าย
TK TK ถ่ายทอดจากคนสู่คน
2. Externalization เป็นการถ่ายโอนความรู้จากผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถในการสอนผ่านสื่อต่างๆ จากประสบการณ์ในสมองของเขาออกมาสู่ภายนอกแก่ผู้อื่น
TK EK
3. Combination การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆให้ทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลง และมีการศึกษาเรียนรู้จากความรู้ภายนอก ซึ่งแนวคิดจะมีความหลากหลายมากต้องสร้างความเข้าใจแลเชื่อมโยงความรู้อันหลากหลายให้ได้ และถ่ายทอดความรู้ใหม่ๆให้กับองค์กรของตน
EK EK
4. Internalization การนำความรู้ใหม่มาลงมือปฏิบัติจริง ผู้ปฏิบัติจะเกิดการเรียนรู้ให้เกิดเป็นความรู้ประสบการณ์และปัญญา เป็นประสบการณ์อยู่ในสมองในเชิง Tacit Knowledge ต่อไป
EK TK
นำความรู้จาก Explicit มาปฏิบัติ
คิดค้นโดย Ikujiro Nonaka และ Takeuchi





