RSS

บล็อคนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เกี่ยว knowledge management และข่าวสาร IT ใหม่ๆ

ipad 2 ตัวใหม่ไฉไลกว่าเดิม

     มีกระแสข่าวว่า Apple ซุ่มพัฒนา ipad 2 เพื่อเตรียมสู่ศึก Tablet ในปี 2011 ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่ละค่ายก็งัดของดีออกมาโชว์ ขณะที่ Apple กำลังพัฒนา ipad 2 มาสู้ศึกในครั้งนี้ หลังจากในปี 2010 เจ้า ipad ทำยอดขายได้ถึง 14.79 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดขายแท็บเล็ตที่สูงที่สุดในโลก
         หลังจากที่ สตีฟ จ๊อบ ไปซุ่มพัฒนาอยู่นั้น นักวิเคราะห์คาดว่า ipad 2 จะมีขนาดเครื่องที่บางและเบาเพียง 9.4 x 240.8 x 85.5 มม.  อีกทั้งสามารถลดการสะท้อนแสงซึ่งเป็นปัญหาของผู้ใช้ ipad ในปัจจุบัน และยังจะเปลี่ยนการเชื่อมต่อแบบเข็ม 30-pin เป็น Port Mini USB แทน ชิปประมวณผล ipad 2 จะใช้ A5 Dual core Processor จอภาพ จะใช้เทคโนโลยี Retina Display และยังมีกล้องหน้าสำหรับเล่น FaceTime และกล้องหลังขนาด 1 ล้านพิกเซล พร้อมกับมีช่องใช่ microSD นอกจากนี้ ipad 2 ยังสามารถรองรับทั้งเครือข่าย GSM และ CDMA อีกด้วย

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

วัฒนพงษ์ สวนแก้ว

นายวัฒนพงษ์ สวนแก้ว รหัส 52116940068 sec B1
นักศึกษาชั้นปีที่ 2  หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

ภาพบรรยากาศการ COPs






  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

การจัดการความรอบรู้/โมเดลการจัดการความรู้




การจัดการความรอบรู้
ความเจริญรุ่งเรืองและการพัฒนาเกิดขึ้นจากการสั่งสมความรอบรู้ และนำความรู้นั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ความรู้จึงเป็นหัวใจที่สำคัญของการพัฒนา เราแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ มีการค้นคว้าวิจัยเพื่อให้ได้รู้ และนำสิ่งที่รู้มาจัดเก็บและเผยแพร่ ถ้าความรู้นั้นอยู่กับผู้ใดผู้หนึ่ง สั่งสมไว้เป็นจำนวนมาก เราก็เรียกว่า ผู้เชี่ยวชาญ การสั่งสมไว้กับบุคคลเป็นจุดอ่อนอย่างหนึ่ง กล่าวคือ ถ้าสูญสิ้นบุคคลนั้น ความรู้นั้นก็สูญสิ้นไปด้วย ดังนั้นจึงมีการบันทึกเรื่องราว และสิ่งที่เป็นความรู้ไว้เป็นเอกสารเพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสศึกษา เรียนรู้ได้
ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า แหล่งความรู้มีมากมายมหาศาล และกระจายอยู่ทั่วโลก เราเรียกขุมความรู้นี้ว่า world knowledge ความรู้ใหม่ก็เกิดขึ้นทุกวัน จนทุกวันนี้เรามีสิ่งที่ส่งกระจายความรู้ การสร้าง การบันทึก และนำไปใช้ทำได้ง่ายและกว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคอิเล็กทรอนิกส์ปัจจุบัน
ภายในองค์กรเต็มไปด้วยเอกสาร โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งสร้างความรู้ มีงานวิจัย งานค้นคว้า งานรวบรวม งานเก็บสะสม การเรียกค้น การใช้งานต่าง ๆ ความจำเป็นเหล่านี้มีบทบาทและสร้างความสำคัญในมหาวิทยาลัย และองค์กรอย่างมาก ความรอบรู้ที่เกิดขึ้น เมื่อรวมกันตามแนวคิดของอิเล็กทรอนิกส์ อาจรวบรวมขึ้นใช้ประโยชน์ได้ง่าย สร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้อย่างมากมายมหาศาล

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

KM Cafe

การทำ KM มีเครื่องมือช่วยหลายเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน  แต่ก่อนที่จะใช้เครื่องมือต่างๆ เหล่านั้น  ควรมีกิจกรรมเสริมสร้างการรู้จักคุ้นเคยกันเสียก่อน  เครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกิดการรู้จักคุ้นเคยกันที่ผมใช้เป็นประจำคือเครื่องมือที่เรียกว่า “AROUND THE CLOCK LEARNING FRIENDS”  แต่วันนี้จะพูดถึง KM Cafe’ ก่อนครับ
ในวันสัมมนามีผู้เข้าร่วมสัมมนาที่เป็นมือใหม่หัดขับประมาณ 60 คน  มีขั้นตอนการทำ KM Cafe’ ดังนี้ครับ
1. แบ่งกลุ่มออกเป็น 15 กลุ่มๆละ 4 คน นั่งล้อมวง
2. กำหนดหัวข้อเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  (ทั้ง 15 กลุ่มใช้หัวข้อเดียวกัน) โดยFacilitator เป็นผู้แจ้งให้ทุกกลุ่มทราบ เช่น “วิธีการหรือเทคนิคการลดความขัดแย้งของทีมงาน”
3. แจกกระดาษ Flipchart ให้กลุ่มละ 1 แผ่น และให้แต่ละกลุ่มหาอาสาสมัคร 1 คนเพื่อเขียน
4. ทั้ง 4 คนในแต่ละกลุ่ม ผลัดเปลี่ยนกันเล่าถึงเทคนิคการลดความขัดแย้งของทีมงาน โดยมีอาสาสมัครทำหน้าที่เขียน ให้เวลาเล่าคนละประมาณ 3 นาที โดยผู้ที่เป็นอาสาสมัครเริ่มเล่าก่อน
5. เมื่อทั้ง 4 คนเล่าเสร็จให้ร่วมกันสรุปแล้วเขียนลงบนแผ่นกระดาษที่แจกให้ เป็นอันจบรอบที่ 1
6. ในรอบที่ 2 ให้ทำเช่นเดิมแต่ให้เปลี่ยนกลุ่ม กล่าวคือ ให้ผู้ที่เป็นอาสาสมัครในแต่ละกลุ่มอยู่ที่เดิมไม่ต้องเปลี่ยนกลุ่ม ส่วนอีก 3 คนให้เปลี่ยนไปกลุ่มอื่นแต่กลุ่มใหม่ที่เปลี่ยนไปนั้นทั้ง 3 คนต้องไม่เจอกันอีกนะ
7. ในรอบที่ 2 นี้เมื่อมีสมาชิกใหม่มารวมกันแล้ว ให้ผู้เป็นอาสาสมัครประจำกลุ่ม ซึ่งไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหน ทำหน้าที่เล่าให้ทั้ง 3 คนใหม่ฟังว่า ในรอบที่แล้วได้มีการพูดถึงเทคนิคอะไรบ้างในการลดความข้ดแย้งของทีมงาน จากนั้นให้ทั้งสามคนใหม่เล่าเล่าถึงเทคนิคการลดความขัดแย้งของทีมงานเพิ่มเติม
8. รอบที่ 3 ทำเช่นเดิม เช่นเดียวกับรอบที่ 1 และ 2 โดยผู้ที่เป็นอาสาสมัครก็ยังคงประจำกลุ่มและทำหน้าที่เช่นเดิม ดังนั้น ทั้ง 3 รอบจึงเป็นเรื่องเล่าที่เล่าถึงเทคนิคการลดความขัดแย้งถึง 10 เรื่องเล่า ซึ่งแต่ละกลุ่มได้ร่วมกันสรุป เป็นองค์ความรู้เรื่อง “เทคนิคการลดความขัดแย้งของทีมงาน”
9. นำแผ่นกระดาษที่เขียนเป็นองค์ความรู้ดังกล่าวไปติดผนังห้อง  เพื่อให้แต่ละคนเดิน Shoping ความรู้ที่ได้จากกิจกรรม KM Cafe’
นี่แหละครับ  KM Cafe’ ที่เอื้อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

KM เติมเต็มงานประจำ : KM Cafe’

ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมสัมมนาเพื่อพัฒนาการสร้างเครือข่ายองค์กรการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา ครั้งที่ 5 (Mini UKM ครั้งที่ 5) ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวเป็นเครือข่ายที่เกิดขึ้นจากการมีข้อตกลงร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษา 10 สถาบันคือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยนครพนม  มหาวิทยาลัยพายัพ  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
การสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นทุกปี  ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพระหว่างสมาชิกในเครือข่าย  ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเป็นเจ้าภาพ  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคม 2553 ณ อาราญาน่า ภูพิมานรีสอร์ท อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และครั้งที่ 6 จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคม 2553 ณ ม.แม่ฟ้าหลวง ครับ ท่านที่สนใจกระบวนการสัมมนา KM ดังกล่าวก็ลองเข้าร่วมสัมมนาดูนะครับ
แรกๆ ผมก็สับสนนิดหน่อยระหว่างการสัมมนา KM กับการเข้ารับการอบรมที่เราเคยชินทั่วๆไป เมื่อเข้าร่วมการสัมมนา KM ทำให้ผมทราบว่า การอบรมสัมมนาทั่วไปที่เราเคยชิน คือการไปนั่งฟังวิทยากรบรรยาย ดูเอกสารประกอบการบรรยาย ดูสไลด์ที่วิทยากรฉายให้ดู และก็พูดให้ฟัง ผู้เข้าอบรมสัมมนาก็ ฟังๆๆๆ และก็ จดๆๆๆ  แต่การสัมมนา KM มันกลับทางกัน คือผู้เข้าร่วมสัมมนาต้องคิดๆๆๆ  พูดๆๆๆ และสรุปออกมาเป็น องค์ความรู้จากการพูดคุยกัน แล้วนำไปต่อยอดประยุกต์ใช้และกลับมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอีก
ในการสัมมนาครั้งนี้  เครื่องมือหนึ่งที่ Facilitator (ศาสตราจารย์ นายแพทย์วุฒิชัย  ธนาพงศธร) ใช้เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้คือ “KM Cafe’” จากการสังเกตพบว่าเครื่องมือดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่ดีมากเครื่องมือหนึ่งที่เอื้ออำนวยให้ผู้เข้าสัมมนาเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน  แต่ก่อนที่จะใช้เครื่องมือนี้ผู้ใช้(วิทยากร)ควรจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างการรู้จักคุ้นเคยให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนาเสียก่อน เชื่อว่าเมื่อผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รู้จักคุ้นเคยกันระดับหนึ่งแล้ว จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาพูดคุยกันด้วยความสนุกและเพลิดเพลินไปกับการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างกันเมื่อใช้เจ้า KM Cafe นี้  ชักอยากรู้แล้วใช่ใหมครับว่า KM Cafe’ มันเป็นยังไง? 


น่าสนใจใช่ไหมล่ะ ติดตามบล็อกนะค่ะ

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

KM Model (โมเดลปลาทู เป็นโมเดลอย่างง่ายที่เปรียบเทียบ)

โมเดลปลาทู
“ โมเดลปลาทู” เป็นโมเดลอย่างง่าย ของ สคส. ที่เปรียบการจัดการความรู้ เหมือนกับปลาทูหนึ่งตัวที่มี ๓ ส่วน คือ
๑ . ส่วน “ หัวปลา” (Knowledge Vision- KV) หมายถึง ส่วนที่เป็นเป้าหมาย วิสัยทัศน์ หรือทิศทางของการจัดการความรู้ โดยก่อนที่จะทำจัดการความรู้ ต้องตอบให้ได้ว่า “ เราจะทำ KM ไปเพื่ออะไร ?” โดย “ หัวปลา” นี้จะต้องเป็นของ “ คุณกิจ” หรือ ผู้ดำเนินกิจกรรม KM ทั้งหมด โดยมี “ คุณเอื้อ” และ “ คุณอำนวย” คอยช่วยเหลือ

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

SECI Model

เป็นการสร้างองค์ความรู้ ด้วยการขยายผลจากชนิดของความรู้คือ ความรู้ที่มีอยู่ในสมองคน (Tacit Knowledge) กับความรู้ที่สามารถหาได้จากสื่อภายนอก (Explicit Knowledge) โมเดลดังกล่าวมีชื่อว่า “SECI- Knowledge Conversion Process” ซึ่งมีกระบวนการดังนี้
1.Socialization
เป็นการถ่ายโอนความรู้โดยตรงระหว่างกลุ่มคนหรือบุคคล โดยไม่ผ่านการเขียน เรียกว่า “ การเสวนาธรรม” กลุ่มคนที่มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง กลุ่มคนที่มาเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้กันนี้มักจะมีพื้นฐานความรู้ที่สอดคล้องกัน หรือเคยมีประวัติอดีตที่คล้ายคลึงกัน จะมีคลื่นความถี่ที่ใกล้เคียงกันสามารถสื่อสารและทำความเข้าใจกันได้โดยง่าย
                     TK    TK     ถ่ายทอดจากคนสู่คน

2. Externalization เป็นการถ่ายโอนความรู้จากผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถในการสอนผ่านสื่อต่างๆ จากประสบการณ์ในสมองของเขาออกมาสู่ภายนอกแก่ผู้อื่น
                     TK    EK

3. Combination การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆให้ทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลง และมีการศึกษาเรียนรู้จากความรู้ภายนอก ซึ่งแนวคิดจะมีความหลากหลายมากต้องสร้างความเข้าใจแลเชื่อมโยงความรู้อันหลากหลายให้ได้ และถ่ายทอดความรู้ใหม่ๆให้กับองค์กรของตน
                      EK   EK              
  
4.  Internalization การนำความรู้ใหม่มาลงมือปฏิบัติจริง ผู้ปฏิบัติจะเกิดการเรียนรู้ให้เกิดเป็นความรู้ประสบการณ์และปัญญา เป็นประสบการณ์อยู่ในสมองในเชิง Tacit Knowledge ต่อไป
                     EK     TK

นำความรู้จาก Explicit มาปฏิบัติ

คิดค้นโดย Ikujiro Nonaka และ Takeuchi 

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS